แสดงกระทู้

ส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูกระทู้ทั้งหมดสมาชิกนี้ โปรดทราบว่าคุณสามารถเห็นเฉพาะกระทู้ในพื้นที่ที่คุณเข้าถึงในขณะนี้




toner home

ข้อความ - surachai

หน้า: [1] 2 3 ... 18
1
หนึ่งใน "พระธาตุ" ที่เคยถูกลืม
พระธาตุลาหนอง (หล้าหนอง) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "พระธาตุกลางน้ำ" ในบริเวณแม่น้ำโขง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระบาทเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า มี ๙ องค์

เนื่องจากตลิ่งโดนน้ำกัดเซาะ ในที่สุด องค์เจดีย์หักเป็น 3 ท่อน(พ.ศ.2390) ที่โผล่ให้เห็นนี้ เป็นมุมฐานขององค์เจดีย์















2
พระธาตุโพนจิกเวียงงัว พระบรมสารีริกธาตุที่ถูกลืม
ข้อมูลจากวัดพระธาตุบุ รวบรวม เรียบเรียงโดย คุณ วินิจ พลพิทักษ์

พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นเจดีย์ที่ประดิษฐานแห่งพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของพระสรีระแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยแท้ มีอานุภาพในตัวเอง มีอิทธิฤทธิ์ไม่เสื่อมคลาย ผู้ใดได้สักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ จักเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตยิ่ง

พระบรมสารีริกธาตุถือเป็นสิ่งศักสิทธิ์มีพุทธานุภาพมาก บันดาลผลให้บ้านเมืองมีความร่มเย็นเป็นสุข ถือเป็นศิริมงคลของพระพุทธศาสนา หากประดิษฐานอยู่ ณ ที่ใด จักบันดาลให้แว่นแคว้นนั้น มีความเจริญรุ่งเรืองมั่นคงสถาพร จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่ง ที่พุทธบริษัททั้งหลาย จะให้ความเคารพบูชา ตระหนัก อนุรักษ์ หวงแหน และให้ความสำคัญในมหาสมบัติอันล้ำค่าของชาติและของโลกสืบไป


สถานที่ประดิษฐาน

พระธาตุโพนจิกเวียงงัว ประดิษฐานอยู่ในเขตโบราณสถานภายในวัดพระธาตุบุ บ้านโคกป่าฝาง  ตำบลปะโค อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย อยู่ในพิกัดเส้นรุ้งที่ 17 องศา ลิปดา 40 ฟิลิปดาเหนือ เส้นแวงที่ 102 องศา 42 ลิปดา 00 ฟิลิปดาตะวันออก อยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 14 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าถึงได้ 2 เส้นทางคือ

เส้นทางที่ 1 เรื่มจากตัวเมืองหนองคาย ไปตามเส้นทางถนนพนังชลประทาน ระยะทาง 12 กิโลเมตร ถึงสำนักงานองค์การบริหารตำบลปะโค ผ่านไปอีก 100 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านโคกป่าฝาง ระยะทาง 2 กิโลเมตร จะถึงวัดพระธาตุบุ โดยมีป้ายบอกทางเป็นระยะ รวมระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตรเศษ

เส้นทางที่ 2 เรื่มจากตัวเมืองหนองคาย ให้มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ตามถนนมิตรภาพ ถึงกิโลเมตรที่ 12 บ้านหนองสองห้อง ยูเทอร์นแล้วเลี้ยวซ้ายไปทางอำเภออำเภอท่าบ่อ อีกประมาณ 10 กิโลเมตร จะพบทางเลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านไผ่สีทอง 7 กิโลเมตร จะถึงวัดพระธาตุบุ รวมระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร


ลักษณะของพระธาตุโพนจิกเวียงงัว

พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นเจดีย์ที่มีฐานประทักษิณเป็นรูปสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 17.5 เมตร ฐานเขียงล่างทรงสี่เหลี่ยม ถัดขึ้นไปเป็นฐานเขียงแปดเหลี่ยม และฐานกลมซ้อนกัน ต่อด้วยฐานปัทม์กลม องค์ระฆังทรงเรียวยาว ต่อด้วยชั้นลูกแก้วสามชั้น  ส่วนยอดเป็นปลียอดทรงแหลมสูง ความสูงจากฐานถึงยอดประมาณ 15 เมตร กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 99 ตอนที่ 172 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2525 ในพื้นที่ 1 ไร่ 1 งาน 58 ตารางวา

ขอขอบคุณข้อมูลจากวัดพระธาตุบุ ที่รวบรวม เรียบเรียงโดย คุณ วินิจ พลพิทักษ์

เรื่องเล่าจากผู้เขียน นาย สุรชัย พึ่งกิจ

ช่วงเทศกาลปีใหม่ ผู้เขียนขับรถจากกรุงเทพฯ ไปหนองคาย เพื่อเยี่ยมเยือนพ่อแฟน และตั้งใจไปรับลมหนาวที่กำลังหนาวเย็นพอดี เมื่อไปถึงหนองคายวันแรกก็พักผ่อนตามอัธยาศัย พอหายเหนื่อย ก็ได้เดินทางไปกราบไหว้หลวงพ่อพระใส ที่วัดโพธิ์ชัย จากนั้นก็ไม่ได้ไปไหนต่อ พักผ่อนอยู่หลายวัน จนอยากออกเที่ยว ที่แรกตั้งใจไปเที่ยววังบัวแดง ซึ่งเส้นทางที่ไปเป็นถนนวิ่งขนานเรียบไปตามลำน้ำโขง เส้นทางไป "อ.ท่าบ่อ" ขับไปจากอำเภอเมืองไม่ไกลนัก พอใกล้ถึงที่หมาย จะมีป้ายบอกตลอดทาง ในขณะที่ขับรถอยู่ในซอย ได้ผ่านวัดพระธาตุบุ มีความรู้สึกอยากเข้าไปเยี่ยมชมมาก แต่ก็ขับเลยไปก่อน และพอไปถึง "วังบัวแดง" ก็เป็นเวลาที่สายแล้ว เป็นที่โล่ง แสงแดดแผดเผา อยู่ดูได้ไม่นาน ก็เลยพากันย้อนกลับเข้าไปเยี่ยมชม "วัดพระธาตุบุ" เป็นช่วงเวลาที่แสงแดดมาก แต่เข้าไปภายในวัดแล้วกลับรู้สึกร่มเย็นเป็นสุขอย่างมาก  พบหลวงพ่อท่านหนึ่งกำลังกวาดใบไม้อยู่ จึงพากันเดินเข้าไปกราบนมัสการ ท่านได้เล่าเรื่องราวประวัติ ความเป็นมา พระธาตุที่ถูกลืม และสถานที่ต่าง ๆ ภายในวัด พอสังเขป จากนั้นผู้เขียนเดินเยี่ยมชม ถ่ายรูป กลายเป็นว่า ผู้เขียนเยี่ยมชมอยู่ในวัดนี้ค่อนข้างนาน ก่อนกลับ พบเด็กนักเรียน คาดว่าน่าจะเป็นเด็กในท้องถิ่น ขี่รถมอเตอร์ไซต์ เข้ามาในวัด 2 คน พากัน จดข้อมูลลงสมุดที่เตรียมมา

แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ไม่อยากเล่าก็ต้องเล่า รู้แล้วอย่าไปบอกใครนะ เดี๋ยวเขาหาว่าโม้ ในขณะที่ผู้เขียนกำลังเดินจะไปถึงรถ มี "กองไฟ"กองหนึ่งอยู่ไม่ห่างมากนัก กำลังเผาไหม้ใบไม้อยู่ คิดว่า คงจะเป็น "หลวงพี่" จุดทิ้งไว้ ตอนแรกเห็น "ควันตลบอบอวล" มาก ๆ ลมพัดวนไม่มีทิศทาง ขณะที่ผู้เขียนกำลังจะเดินผ่านได้ เตรียมกั้นลมหายใจไว้ แต่แปลกมาก ๆ ในขณะที่จะกั้นลมหายใจ  แต่ยังไม่กั้น โดยใช้ปลายจมูกสูดแตะลมหายใจเข้าแบบเบา ๆ ดูก่อน กลับไม่ได้สัมผัสถึงกลิ่นควันแต่อย่างใด ผู้เขียนก็เลยเดินหายใจตามปกติ โดยที่มีควันไฟ แต่กลับไม่ได้กลิ่น ยิ่งเดินเข้าใกล้กองไฟเท่าไหร่ ลมที่พัดอืงอลอยู่ กลับรวมตัวกลายเป็นควันไฟสายหนึ่งลอยเบา ๆ ไปในทิศทางเดียวกัน น่าดูชมมาก ถึงขนาดอดใจไม่ไหว ต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไว้

รูปภาพ/เขียนโดย นาย สุรชัย พึ่งกิจ




























3
พระธาตุบังพวน เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุหัวเหน่า 29 องค์ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ถูกทิ้งร้างไประยะหนึ่งเช่นกัน จนต่อมา เมื่อ พ.ศ. 2501 พระธาตุบังพวนได้ทรุดเอียงตั้งแต่ชั้นที่ 5 ขึ้นไป จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2513 เวลา 04.30 น. องค์พระธาตุบังพวน ได้หักพังลงมา ซึ่งจุดที่หักคือจุดบัวคว่ำต่อด้วยปรางสี่เหลี่ยม สูงจากฐานล่างขึ้นไป 5 เมตร สาเหตุสำคัญที่องค์เจดีย์หักพังครั้งนี้ คือ องค์เจดีย์ อยู่ในสภาพทรุดตรงจุดที่หัก ซึ่งเอียงถึง 80 องศา มามากกว่า 10 ปี ประกอบกับมีฝนตกติดต่อกันนานนับ 10 วัน ตัวองค์เจดีย์ รับน้ำหนักไม่ไหว จึงหักพังลงมาดังกล่าว

กรมศิลปากรได้เป็นหน่วยงานที่ปฏิสังขรณ์ เป็นไปตามรูปแบบองค์เดิม ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญในการดำเนินงานดังนี้

1.สำรวจ โดยเจาะใจกลางองค์เจดีย์จากส่วนที่หักลงพื้นล่าง ลึกประมาณ 6 เมตร ไปพบแท่นหินที่ปิดปากพระอุโมงค์ แล้วหยุดเจาะต่อ แล้วไปขุดพื้นรอบ ๆ ฐานองค์เจดีย์ลึก  1 เมตร ไปพบแท่นหินศิลานั้น หนา 1 เมตร

2.กระเทาะเปลือกผนังเจดีย์รอบนอกเข้าไปด้านละครึ่งเมตร

3.ทำโครงสร้างเหล็กเป็นรูปเจดีย์โลมฐานเดิม แล้วก่อด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งยึดรูปทรงเดิมเป็นสำคัญในการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่

สรุปว่า การปฏิสังขรณ์ครั้งนี้ ไม่ได้เจาะเข้าไปในอุโมงค์เลย ฉะนั้น พระบรมสารีริกธาตุยังอยู่ภายในเหมือนเดิม

วันที่ 5 มกราคม 2520 เวลา 09.39 น. สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก (วาสนเถระ) เสด็จมาบรรจุพระอุรังคธาตุองค์ใหม่ไว้ในเจดีย์ตอนบน

วันที่ 27  พฤศจิกายน 2521 เวลา 15.29 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ฯ อัครราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานยกฉัตรสู่ยอดเจดีย์พระธาตุบังพวน นับเป็นศิริมงคลแก่พุทธบริษัทเป็นอย่างยิ่ง


ขอขอบคุณข้อมูล จากผู้รวบรวมและเรียบเรียง คุณ วินิจ พลพิทักษ์

ภาพโดย : นาย สุรชัย พึ่งกิจ
 




















8
พระธาตุวัดสาวสุวรรณ

ที่ตั้ง : ตำบลเวียงคุก อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย 43000

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์
วัดสาวสุวรรณ ตั้งอยู่ในชุมชนโบราณที่เรียกว่า เวียงคุก ริมแม่น้ำโขงในเขต อ.เมือง จ.หนองคาย เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญของนครเวียงจันมาตั้งแต่อดีตราวพุทธศตวรรษที่ 21-22
 
รูปแบบศิลปะ ด้านหน้าอุโบสถปรากฏเจดีย์ทรงบัวเหลี่ยมในผังสี่เหลี่ยม อันเป็นรูปแบบที่นิยมในล้านช้าง ฐานบัวลูกแก้วอกไก่เตี้ย กำหนดอายุสมัยในศิลปะล้านช้าง ราวพุทธศตวรรษที่ 22-24

ข้อมูลอ้างอิง:
ข้อมูลโดย อ.ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร





9
ตอนแรกไม่รู้จักกับเขาหรอกครับรายการนี้ " x factor thailand 2017 "แต่ว่าปกติแล้วเป็นคนชอบเข้าไปดู youtube เปิดโน๊ตบุ๊คขึ้นมาเมื่อไหร่ต้องเข้า youtube ก่อนเป็นลำดับแรก  ไปเจอรูปน้องคนหนึ่งในรายการ  รูปขึ้นโชว์อยู่หน้าแรก เปิดเข้า youtube เจอตลอดไม่ขยับไปไหนสักที  ก็เลยลองคลิ๊กเปิดดู จึงรู้ว่า  x factor thailand 2017 เป็นรายการเพลง รายการหนึ่ง ที่เพิ่งเปิดขึ้นใหม่ในเมืองไทย (ต่างประเทศมีมาก่อนแล้ว)  และน้องที่ได้รับเชิญขึ้นร้องเพลงบนเวทีในวันแรกและ เป็นคนแรกของรายการ ที่เห็นในรูปภาพ ชื่อเล่น "ชบา" ชื่อจริง : กฤติมา แจ้งสวัสดิ์ อายุ 16 ปี อาศัยอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ขึ้นร้องเพลง "ไหนว่าจะไม่หลอกกัน" ศิลปินต้นฉบับ : ซิลลี่ ฟูลส์

เพิ่มเติม : https://youtube.com/watch?v=5bR0ug2nVlY&list=RD5bR0ug2nVlY



หลังจากได้รับชมแล้ว รู้สึกตื่นตา ตื่นใจ น้อง "ชบา" ถ่ายทอดพลังเสียงได้ดีมาก ไม่ได้ฟังเพลงมันส์ ๆ อย่างนี้จากผู้หญิงมานานแล้ว หลังจากที่ "น้องชบา" ร้องเพลงจบลง มีเรื่องที่ทำให้ต้องประหลาดใจต่อไปอีก โดยคนที่สองที่ได้รับเชิญขึ้นร้องบนเวที x factor thailand 2017 ต่อจากน้องชบา ก็คือ คุณแม่ของน้องชบาเอง เล่นเอากรรมการคือ คุณ คิ้ม และ คนอื่น ๆ เงิบบบ ไปตาม ๆ กัน หลังจากสอบถาม ชื่อ จรรยวรรธน์ แจ้งสวัสดิ์ อายุ 47 ปี ทำธุรกิจส่วนตัว ขึ้นร้องเพลง "หนึ่งเดียวคนเดียว"  ศิลปินต้นฉบับ : ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ ซึ่งในขณะที่ คุณจัน กำลังร้องเพลงอยู่บนเวทีนั้น กลับมีพลังเสียงที่แข็งแกร่งไม่แพ้ลูกสาวของเธอเลย เรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมาก คุณ ดี้ ถึงขนาดปากอ้า ตาค้าง ไม่รู้จะคอมเม้นอะไร เลยเรียกสองแม่ลูกนี้ระเบิดเวที

เพิ่มเติม :
https://youtube.com/watch?v=6FgQXUUWCm4



รายการ x factor thailand 2017 นี้ มีรางวัลชนะเลิศได้ "รับเงิน 1,000,000 บาท" และ "รถฟอร์ด eco sport" หนึ่งคัน มีนักร้องผู้เข้าประกวดแข่งขันหลายคน มีความสามารถพิเศษแตกต่างกันออกไป อย่างเช่น "น้องแบม แบม" เสียงสดใสฟังสบายหู สามารถร้องเพลงประกอบหนังการ์ตูน ได้ดีเทียบเคียงกับต้นฉบับแล้วไม่มีผิดเพี้ยน แต่พอถึงรอบสองแล้ว น้องพยามยามปรับเปลี่ยนแนวทาง แต่กลับไม่ถูกใจกรรมการ ถูกคัดตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย เหมือน ๆ กันกับหลายคน

เพิ่มเติม :
https://youtube.com/watch?v=-O3Z08ipN38



ยังมีนักร้องสาวแนวหลอนอยู่คนหนึ่งครับที่ไม่ทำให้ผิดหวัง ขึ้นร้องเพลงในวันแรกของการเปิดรายการ ชื่อเล่น ใหม่ ชื่อจริง : พิมพ์ลักษณ์ เวสสวัสดิ์ มีอายุ 32 ปี ประกอบอาชีพ นักร้องอิสระ ขึ้นร้องเพลง " บุษบา " ศิลปินต้นฉบับ : ป๊อด โมเดิร์นด๊อก โดยเสียงที่ถ่ายทอดออกมานี้ ออกไปในทางเสียงสูงสไตล์โอเปร่า แต่ร้องได้น่าฟังมาก มีเสียงสูง และพลังเสียงค่อนข้างอัดแน่นเฉพาะตัวจริง ๆ เรียกว่าถ้าเป็นหนังจีน ก็คือจัดว่า มีกำลังภายในค่อนข้างสูงเยี่ยม

เพิ่มเติม :
https://youtube.com/watch?v=U36vsrVjPLU



หลังจากติดตามไปได้สักพักผู้เข้าแข่งขันเริ่มลดน้อยลงเนื่องจากการคัดเลือก บางคนน่าได้เข้ารอบก็ไม่ได้เข้า บางคนน่าจะตกรอบก็ไม่ได้ตก มีนักร้องชายคนหนึ่งเสียงหนักแน่นสไตล์ร็อกเกอร์น่าเสียดายมาก ที่อยู่ในทีมโปรดิวเซอร์ พี่ดี้ แต่ถูกคัดเลือกออกไปอย่างน่าเสียดายเหมือนกัน ชื่อเช่น เหนือ ชื่อจริง สืบพงศ์ อัครพลประชิต อายุ 35 ปี นักร้องอิสระ อาศัยอยู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

เพิ่มเติม :
https://youtube.com/watch?v=IaiQD7aA2CY



ยังมีนักร้องเสียงดีอีกคนหนึ่ง ที่รอบแรก ๆ ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเข้ารอบยิ่งลึกยิ่งพัฒนา การร้องการแสดง ได้ตื่นตาตื่นใจ ไม่แพ้ใคร ชื่อเล่น แม็คเก้ ชื่อจริง : พงศ์ณรินณ์ ใหม่คามิ อายุ 27 ปี เป็นอาจารย์พิเศษ จ.มหาสารคาม

เพิ่มเติม
: https://youtube.com/watch?v=IK-D1FDjCac



ทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้ ทุกคนมีพลังเสียงที่แตกต่างกันไปคนละแนว แต่น่าฟัง จนถึงขนาดที่ว่าผู้เขียนต้องดาวน์โหลดเพลงของแต่ละคนจาก youtube ลง ไปแปลงเป็นไฟล์ mp3 ลงแฟรซไดรซ์ ไปฟังในรถ แต่หลังจากติดตามไปถึงรอบลึก ๆ ทางรายการ x factor thailand 2017 ไม่ได้ให้กรรมการ ที่เคยตัดสิน คัดเลือกนักร้องตั้งแต่แรก เป็นผู้ตัดสิน กลับเปิดรับผลโหวต จากผู้ชมทางบ้านแทน มาถึงตรงนี้กลับไม่น่ารับชมเท่าไหร่แล้ว... เพราะอะไรน่ะหรือ? รู้แล้วอย่าบอกใครนะ! มีผู้เข้าแข่งขันอยู่ทีมหนึ่งซึ่งมีผู้ติดตามอยู่ก่อนแล้วนับ "แสนคน" ใน youtube เขามีผลงานอยู่ใน youtube เป็นปีแล้ว มีผู้ชมเป็นล้านวิว 10 ล้าน และ 100 ล้านวิว เรื่องนี้ไม่มีใครพูดถึง ในขณะที่ รายการ x factor thailand 2017 ก็ยังใหม่อยู่ นักร้องผู้เข้าแข่งขันท่านอื่น ๆ ก็ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ ไม่มีเส้น ไม่มีสาย มีแต่ความสามารถล้วน ๆ นั่นหมายความว่า ทันทีที่รายการ x factor thailand 2017 เปิดให้ผู้ชมทางบ้านโหวตแทนกรรมการตัดสินนั้น หมายถึงโชคชะตาของผู้เข้าแข่งขันทีมอื่น ๆ ถูกปล้น! ชัยชนะไปแล้ว... จริงไหม?

10


พระพุทธรูปตัดแต่งจากต้นไม้ ในซอยเล็ก ๆ ซอยหนึ่งใน อำเภอเมืองหนองคาย

11




หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ สร้างขึ้นจากพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน โดยการเรี่ยไรทองเหลืองบ้าง  ทองแดงบ้าง  ตามแต่ผู้ที่มีจิตศรัทธาจากท้องที่อำเภอและจังหวัดใกล้เคียง  ได้ทองหนักหนึ่งตื้อ พระสงฆ์และชาวบ้านจึงพร้อมกันหล่อขึ้นเป็นส่วน ๆ

หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ฝีมือช่างฝ่ายเหนือและล้านช้างผสมกัน  สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชครองเมืองเวียงจันทร์ นับเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามมาก เป็นพระประธานซึ่งสร้างด้วยทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัด นั่งขัดสมาธิปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง  ๓ เมตร ๒๙  เชนติเมตร  สูง ๔ เมตร ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีชมภูองค์ตื้อ  ตำบลน้ำโมง  อำเภอท่าบ่อ  จังหวัดหนองคาย  เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง เคารพนับถือมาก


เพิ่มเติม : http://watongtue.com/data_7919

12




หลังจากทางฝ่ายสยามบุกตีเวียงจันทน์แตก เมื่อ ปี พ.ศ.2370 ก็เก็บกวาดทรัพย์สมบัติ ตัดต้นไม้หมากผล ทำลายกำแพงเมือง เผาหอพระแก้ว เผาซ้ำหอคำหรือพระราชวัง เผาวัดวาอาราม รวมทั้งที่อยู่อาศัยของชาวเมืองเวียงจันทน์ มีพระพุทธรูปของลาวถูกตามค้นหาพบ และนำลงไปสยามคราวนี้ ได้แก่ พระสุก พระแซกคำ พระแก่นจันทน์ พระส่งน้ำ พระเงืนหล่อ พระเงินบุ พระเจ้าฉันส้มมอ พระนาคสวาสดิ์ พระนาคปรกศิลา ฯลฯ  ซึ่งพระพุทธรูปเหล่านี้ เมื่อไปถึงสยามแล้วก็กระจัดกระจายไปอยู่วัดต่าง ๆ  เว้นแต่ "พระใส" เอาไปไม่ได้ด้วยอิทธิปาฏิหารย์ สยามก็เลยยอมให้ประดิษฐานไว้ที่หนองคาย
[ที่มา : ความเป็นมาคนอีสาน]

เล่ากันว่าในขณะลำเลียงพระพุทธรูปมาตามแม่น้ำถึงตรงบ้านเวินแท่นได้เกิดพายุ ลมแรงเป็นอัศจรรย์ทำให้พระสุกแหกแพถูกจมหายไป  และจมอยู่ใต้น้ำมาจนถึงปัจจุบัน  ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนั้นว่า เวินสุก  ส่วนองค์พระเสริม และพระใสนั้นได้ถูกอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่เมืองหนองคายในครั้งแรก  พระเสริมได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานที่วัดโพธิ์ชัย  ส่วนพระใสได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานที่วัดหอก่อง หรือในปัจจุบันเรียกว่าวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ  ต่อมารัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้งสองนั้นไปประดิษฐานที่พระนคร แต่เมื่อเกวียนหลวงพ่อพระใสมาถึงวัดโพธิ์ชัยก็เกิดปาฏิหาริย์จนเกวียนหักไม่ สามารถไปต่อได้อีกจึงได้แต่อัญเชิญพระเสริมไปประดิษฐานไว้ที่วัดปทุมวนาราม  ส่วนหลวงพ่อพระใสได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย  จึงเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหนองคายมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งชาวบ้านหนองคาย ได้พากันขนานนามหลวงพ่อพระใสว่า “หลวงพ่อเกวียนหัก” อีกชื่อหนึ่งด้วย

หลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย  หล่อด้วยทองสุกอันเป็นเนื้อทองคำ  92 เปอร์เซ็นต์ มีพระพุทธลักษณะอันงดงาม ปัจจุบันหลวงพ่อพระใสประดิษฐานที่ “วัดโพธิ์ชัย” (พระอารามหลวง) เดิมชื่อ “วัดผีผิว” เนื่องจากวัดนี้เคยใช้เป็นที่เผาผีหรือเผาศพ และว่ากันว่ามีผีดุ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดโพธิ์ชัยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แล้วยกฐานะขึ้นเป็น พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พุทธศักราช 2524  มีตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาถึงประวัติของหลวงพ่อพระใสว่าสร้างขึ้นโดยพระ ธิดา  3 องค์ ของพระไชยเชษฐาธิราช  กษัตริย์แห่งล้านช้างซึ่งได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนามพระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า  “พระสุก” ประจำพระธิดาคนโต  “พระเสริม” ประจำพระธิดาคนกลาง และ “พระใส” ประจำพระธิดาคนสุดท้อง ซึ่งมีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ

หน้าหนาวนี้! หากยังคิดไม่ออกว่าจะเดินทางท่องเที่ยวที่ไหนดี ขอแนะนำไปเยี่ยมชมวัดโพธิ์ชัย สักการะ "หลวงพ่อพระใส" ท่องเที่ยวภายในจังหวัดหนองคาย ครับ การเดินทางสะดวก อากาศบริสุทธิ์ สภาพแวดล้อมเป็นมิตร อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ 



13
สนทนาทั่วไป Free StyLe / ซื้อทองคำหนัก 20 บาท
« เมื่อ: กันยายน 09, 2017, 10:32:52 am »


ตัดสินใจซื้อทองคำหนัก 20 บาท โดยแบ่งเป็นแท่งละ 10 บาท จำนวน 2 แท่ง ซื้อ ช่วงเช้า ซึ่ง ณ เวลานั้น ราคาทองคำพุ่งขึ้นติด ๆ กันถึง 3 รอบ พอถึงคิวซื้อ ราคาขึ้นอีก 50 บาท ก็เลยได้ซื้อในราคาทองคำบาทละ 21,200 บาท เพราะไหน ๆ ก็ตัดสินใจแล้ว

tag : ราคาทองคำ , ราคาทองคำวันนี้ , ทองขึ้นไหม , แนวโน้มราคาทอง

14
ราคาทองคำรอบเช้าครั้งที่ 1 วันนี้ 6 / 9 / 2560

ร้านทองรับซื้อ 20,900.00 บาท

ขาย 21,000.00 บาท


ขึ้นมาจากเมื่อวาน 100 บาท ปัจจัยหลักมาจาก "คิม จอง อึน" จะทดลองยิงขีปนาวุธ รอบใหม่! ซึ่งตอนนี้สหรัฐอเมริกาก็ได้ส่งกองกำลังพร้อมรบทั้งทางเรือ และอากาศ ไปตั้งหลักอยู่ที่คาบสมุทรเกาหลีแล้ว คาดว่าถ้า "คิม จอง อึน" ทดสอบขีปนาวุธอีกครั้ง ในครั้งนี้สหรัฐอเมริกา คงเข้าถล่มแล้ว




tag : แนวโน้มราคาทองคำ , ราคาทองคำวันนี้ , ราคาทองคำ , วิเคราะห์ราคาทองคำ

15
สนทนาทั่วไป Free StyLe / เล่นทอง ต้องไปกลัวอะไร
« เมื่อ: กันยายน 05, 2017, 07:29:00 pm »
บางคนเพิ่งเคยซื้อทองคำแท่งมาเก็งกำไร แล้วยังรู้สึกงง ๆ ยังกลัวขาดทุน จะบอกให้ครับ ถ้าตัดเรื่องการเก็บรักษาทองคำ ที่เวลาต้องเก็บรักษาระหว่างการเดินทางออกไปซื้อ-ขายแล้ว การลงทุนในทองคำแท่งไม่มีความเสี่ยงเลยถ้าเทียบกับหุ้น พวก ฟิวเจอร์ , ทีเฟ็ก พันธบัตร และการฝากธนาคารการฝากเงินกับธนาคารไม่ใช่ไม่เสี่ยงนะครับ ดอกเบี้ยต้านเงินเฟ้อยังไม่ไหวเลย

ประโยชน์ของทองคำแท่งนั้นจับต้องได้ก็จริง สำหรับคนมีเงินเยอะ ๆ แล้ว คงไม่มีใครปัญญาอ่อนเอาทองคำแท่งไปโชว์คนอื่นหรอก จริงไหม? ไม่ต้องวิเคราะห์ให้ปวดหัวหรอก ซื้อตอนทองลง ขายตอนทองขึ้น ไม่ซื้อ ไม่ขาย เก็บไว้ในตู้เซฟ หรือโรงรับจำนำก็ได้ ถึงวันที่ทองขึ้นราคาสูงเป็นที่น่าพอใจ ก็ค่อยขาย สบายใจไป จริงมั๊ย...  เบิร์ด เบิร์ด



หน้า: [1] 2 3 ... 18

home broker