toner home

ผู้เขียน หัวข้อ: พระธาตุโพนจิกเวียงคำ วัดพระธาตุบุ จังหวัดหนองคาย  (อ่าน 13 ครั้ง)  Share 

พระธาตุโพนจิกเวียงงัว พระบรมสารีริกธาตุที่ถูกลืม
ข้อมูลจากวัดพระธาตุบุ รวบรวม เรียบเรียงโดย คุณ วินิจ พลพิทักษ์

พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นเจดีย์ที่ประดิษฐานแห่งพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของพระสรีระแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยแท้ มีอานุภาพในตัวเอง มีอิทธิฤทธิ์ไม่เสื่อมคลาย ผู้ใดได้สักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ จักเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตยิ่ง

พระบรมสารีริกธาตุถือเป็นสิ่งศักสิทธิ์มีพุทธานุภาพมาก บันดาลผลให้บ้านเมืองมีความร่มเย็นเป็นสุข ถือเป็นศิริมงคลของพระพุทธศาสนา หากประดิษฐานอยู่ ณ ที่ใด จักบันดาลให้แว่นแคว้นนั้น มีความเจริญรุ่งเรืองมั่นคงสถาพร จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่ง ที่พุทธบริษัททั้งหลาย จะให้ความเคารพบูชา ตระหนัก อนุรักษ์ หวงแหน และให้ความสำคัญในมหาสมบัติอันล้ำค่าของชาติและของโลกสืบไป


สถานที่ประดิษฐาน

พระธาตุโพนจิกเวียงงัว ประดิษฐานอยู่ในเขตโบราณสถานภายในวัดพระธาตุบุ บ้านโคกป่าฝาง  ตำบลปะโค อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย อยู่ในพิกัดเส้นรุ้งที่ 17 องศา ลิปดา 40 ฟิลิปดาเหนือ เส้นแวงที่ 102 องศา 42 ลิปดา 00 ฟิลิปดาตะวันออก อยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 14 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าถึงได้ 2 เส้นทางคือ

เส้นทางที่ 1 เรื่มจากตัวเมืองหนองคาย ไปตามเส้นทางถนนพนังชลประทาน ระยะทาง 12 กิโลเมตร ถึงสำนักงานองค์การบริหารตำบลปะโค ผ่านไปอีก 100 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านโคกป่าฝาง ระยะทาง 2 กิโลเมตร จะถึงวัดพระธาตุบุ โดยมีป้ายบอกทางเป็นระยะ รวมระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตรเศษ

เส้นทางที่ 2 เรื่มจากตัวเมืองหนองคาย ให้มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ตามถนนมิตรภาพ ถึงกิโลเมตรที่ 12 บ้านหนองสองห้อง ยูเทอร์นแล้วเลี้ยวซ้ายไปทางอำเภออำเภอท่าบ่อ อีกประมาณ 10 กิโลเมตร จะพบทางเลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านไผ่สีทอง 7 กิโลเมตร จะถึงวัดพระธาตุบุ รวมระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร


ลักษณะของพระธาตุโพนจิกเวียงงัว

พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นเจดีย์ที่มีฐานประทักษิณเป็นรูปสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 17.5 เมตร ฐานเขียงล่างทรงสี่เหลี่ยม ถัดขึ้นไปเป็นฐานเขียงแปดเหลี่ยม และฐานกลมซ้อนกัน ต่อด้วยฐานปัทม์กลม องค์ระฆังทรงเรียวยาว ต่อด้วยชั้นลูกแก้วสามชั้น  ส่วนยอดเป็นปลียอดทรงแหลมสูง ความสูงจากฐานถึงยอดประมาณ 15 เมตร กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 99 ตอนที่ 172 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2525 ในพื้นที่ 1 ไร่ 1 งาน 58 ตารางวา

ขอขอบคุณข้อมูลจากวัดพระธาตุบุ ที่รวบรวม เรียบเรียงโดย คุณ วินิจ พลพิทักษ์

เรื่องเล่าจากผู้เขียน นาย สุรชัย พึ่งกิจ

ช่วงเทศกาลปีใหม่ ผู้เขียนขับรถจากกรุงเทพฯ ไปหนองคาย เพื่อเยี่ยมเยือนพ่อแฟน และตั้งใจไปรับลมหนาวที่กำลังหนาวเย็นพอดี เมื่อไปถึงหนองคายวันแรกก็พักผ่อนตามอัธยาศัย พอหายเหนื่อย ก็ได้เดินทางไปกราบไหว้หลวงพ่อพระใส ที่วัดโพธิ์ชัย จากนั้นก็ไม่ได้ไปไหนต่อ พักผ่อนอยู่หลายวัน จนอยากออกเที่ยว ที่แรกตั้งใจไปเที่ยววังบัวแดง ซึ่งเส้นทางที่ไปเป็นถนนวิ่งขนานเรียบไปตามลำน้ำโขง เส้นทางไป "อ.ท่าบ่อ" ขับไปจากอำเภอเมืองไม่ไกลนัก พอใกล้ถึงที่หมาย จะมีป้ายบอกตลอดทาง ในขณะที่ขับรถอยู่ในซอย ได้ผ่านวัดพระธาตุบุ มีความรู้สึกอยากเข้าไปเยี่ยมชมมาก แต่ก็ขับเลยไปก่อน และพอไปถึง "วังบัวแดง" ก็เป็นเวลาที่สายแล้ว เป็นที่โล่ง แสงแดดแผดเผา อยู่ดูได้ไม่นาน ก็เลยพากันย้อนกลับเข้าไปเยี่ยมชม "วัดพระธาตุบุ" เป็นช่วงเวลาที่แสงแดดมาก แต่เข้าไปภายในวัดแล้วกลับรู้สึกร่มเย็นเป็นสุขอย่างมาก  พบหลวงพ่อท่านหนึ่งกำลังกวาดใบไม้อยู่ จึงพากันเดินเข้าไปกราบนมัสการ ท่านได้เล่าเรื่องราวประวัติ ความเป็นมา พระธาตุที่ถูกลืม และสถานที่ต่าง ๆ ภายในวัด พอสังเขป จากนั้นผู้เขียนเดินเยี่ยมชม ถ่ายรูป กลายเป็นว่า ผู้เขียนเยี่ยมชมอยู่ในวัดนี้ค่อนข้างนาน ก่อนกลับ พบเด็กนักเรียน คาดว่าน่าจะเป็นเด็กในท้องถิ่น ขี่รถมอเตอร์ไซต์ เข้ามาในวัด 2 คน พากัน จดข้อมูลลงสมุดที่เตรียมมา

แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ไม่อยากเล่าก็ต้องเล่า รู้แล้วอย่าไปบอกใครนะ เดี๋ยวเขาหาว่าโม้ ในขณะที่ผู้เขียนกำลังเดินจะไปถึงรถ มี "กองไฟ"กองหนึ่งอยู่ไม่ห่างมากนัก กำลังเผาไหม้ใบไม้อยู่ คิดว่า คงจะเป็น "หลวงพี่" จุดทิ้งไว้ ตอนแรกเห็น "ควันตลบอบอวล" มาก ๆ ลมพัดวนไม่มีทิศทาง ขณะที่ผู้เขียนกำลังจะเดินผ่านได้ เตรียมกั้นลมหายใจไว้ แต่แปลกมาก ๆ ในขณะที่จะกั้นลมหายใจ  แต่ยังไม่กั้น โดยใช้ปลายจมูกสูดแตะลมหายใจเข้าแบบเบา ๆ ดูก่อน กลับไม่ได้สัมผัสถึงกลิ่นควันแต่อย่างใด ผู้เขียนก็เลยเดินหายใจตามปกติ โดยที่มีควันไฟ แต่กลับไม่ได้กลิ่น ยิ่งเดินเข้าใกล้กองไฟเท่าไหร่ ลมที่พัดอืงอลอยู่ กลับรวมตัวกลายเป็นควันไฟสายหนึ่งลอยเบา ๆ ไปในทิศทางเดียวกัน น่าดูชมมาก ถึงขนาดอดใจไม่ไหว ต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไว้

รูปภาพ/เขียนโดย นาย สุรชัย พึ่งกิจ



























« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 12, 2018, 10:10:11 am โดย surachai »

surachai

  • ขจัดความกลัวให้หมดสิ้นจากใจ แล้วก้าวไปข้างหน้าอย่าหยุด หยุดเมื่อไหร่ คือการถอยหลัง
  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 265
  • การ์ม่า: +1/-0



 

home broker