ผู้เขียน หัวข้อ: อากาศดี อุดมสมบูรณ์ หน้าหนาวปีนี้เที่ยวหนองคาย (ประวัติหลวงพ่อพระใส)  (อ่าน 113 ครั้ง)  Share 





หลังจากทางฝ่ายสยามบุกตีเวียงจันทน์แตก เมื่อ ปี พ.ศ.2370 ก็เก็บกวาดทรัพย์สมบัติ ตัดต้นไม้หมากผล ทำลายกำแพงเมือง เผาหอพระแก้ว เผาซ้ำหอคำหรือพระราชวัง เผาวัดวาอาราม รวมทั้งที่อยู่อาศัยของชาวเมืองเวียงจันทน์ มีพระพุทธรูปของลาวถูกตามค้นหาพบ และนำลงไปสยามคราวนี้ ได้แก่ พระสุก พระแซกคำ พระแก่นจันทน์ พระส่งน้ำ พระเงืนหล่อ พระเงินบุ พระเจ้าฉันส้มมอ พระนาคสวาสดิ์ พระนาคปรกศิลา ฯลฯ  ซึ่งพระพุทธรูปเหล่านี้ เมื่อไปถึงสยามแล้วก็กระจัดกระจายไปอยู่วัดต่าง ๆ  เว้นแต่ "พระใส" เอาไปไม่ได้ด้วยอิทธิปาฏิหารย์ สยามก็เลยยอมให้ประดิษฐานไว้ที่หนองคาย
[ที่มา : ความเป็นมาคนอีสาน]

เล่ากันว่าในขณะลำเลียงพระพุทธรูปมาตามแม่น้ำถึงตรงบ้านเวินแท่นได้เกิดพายุ ลมแรงเป็นอัศจรรย์ทำให้พระสุกแหกแพถูกจมหายไป  และจมอยู่ใต้น้ำมาจนถึงปัจจุบัน  ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนั้นว่า เวินสุก  ส่วนองค์พระเสริม และพระใสนั้นได้ถูกอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่เมืองหนองคายในครั้งแรก  พระเสริมได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานที่วัดโพธิ์ชัย  ส่วนพระใสได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานที่วัดหอก่อง หรือในปัจจุบันเรียกว่าวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ  ต่อมารัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้งสองนั้นไปประดิษฐานที่พระนคร แต่เมื่อเกวียนหลวงพ่อพระใสมาถึงวัดโพธิ์ชัยก็เกิดปาฏิหาริย์จนเกวียนหักไม่ สามารถไปต่อได้อีกจึงได้แต่อัญเชิญพระเสริมไปประดิษฐานไว้ที่วัดปทุมวนาราม  ส่วนหลวงพ่อพระใสได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย  จึงเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหนองคายมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งชาวบ้านหนองคาย ได้พากันขนานนามหลวงพ่อพระใสว่า “หลวงพ่อเกวียนหัก” อีกชื่อหนึ่งด้วย

หลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย  หล่อด้วยทองสุกอันเป็นเนื้อทองคำ  92 เปอร์เซ็นต์ มีพระพุทธลักษณะอันงดงาม ปัจจุบันหลวงพ่อพระใสประดิษฐานที่ “วัดโพธิ์ชัย” (พระอารามหลวง) เดิมชื่อ “วัดผีผิว” เนื่องจากวัดนี้เคยใช้เป็นที่เผาผีหรือเผาศพ และว่ากันว่ามีผีดุ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดโพธิ์ชัยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แล้วยกฐานะขึ้นเป็น พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พุทธศักราช 2524  มีตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาถึงประวัติของหลวงพ่อพระใสว่าสร้างขึ้นโดยพระ ธิดา  3 องค์ ของพระไชยเชษฐาธิราช  กษัตริย์แห่งล้านช้างซึ่งได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนามพระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า  “พระสุก” ประจำพระธิดาคนโต  “พระเสริม” ประจำพระธิดาคนกลาง และ “พระใส” ประจำพระธิดาคนสุดท้อง ซึ่งมีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ

หน้าหนาวนี้! หากยังคิดไม่ออกว่าจะเดินทางท่องเที่ยวที่ไหนดี ขอแนะนำไปเยี่ยมชมวัดโพธิ์ชัย สักการะ "หลวงพ่อพระใส" ท่องเที่ยวภายในจังหวัดหนองคาย ครับ การเดินทางสะดวก อากาศบริสุทธิ์ สภาพแวดล้อมเป็นมิตร อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 18, 2017, 03:25:18 pm โดย surachai »

surachai

  • ขจัดความกลัวให้หมดสิ้นจากใจ แล้วก้าวไปข้างหน้าอย่าหยุด หยุดเมื่อไหร่ คือการถอยหลัง
  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 266
  • การ์ม่า: +1/-0



surachai เมื่อ: ธันวาคม 18, 2017, 04:08:07 pm




หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ สร้างขึ้นจากพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน โดยการเรี่ยไรทองเหลืองบ้าง  ทองแดงบ้าง  ตามแต่ผู้ที่มีจิตศรัทธาจากท้องที่อำเภอและจังหวัดใกล้เคียง  ได้ทองหนักหนึ่งตื้อ พระสงฆ์และชาวบ้านจึงพร้อมกันหล่อขึ้นเป็นส่วน ๆ

หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ฝีมือช่างฝ่ายเหนือและล้านช้างผสมกัน  สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชครองเมืองเวียงจันทร์ นับเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามมาก เป็นพระประธานซึ่งสร้างด้วยทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัด นั่งขัดสมาธิปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง  ๓ เมตร ๒๙  เชนติเมตร  สูง ๔ เมตร ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีชมภูองค์ตื้อ  ตำบลน้ำโมง  อำเภอท่าบ่อ  จังหวัดหนองคาย  เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง เคารพนับถือมาก


เพิ่มเติม : http://watongtue.com/data_7919
surachai เมื่อ: ธันวาคม 18, 2017, 05:26:45 pm


พระพุทธรูปตัดแต่งจากต้นไม้ ในซอยเล็ก ๆ ซอยหนึ่งใน อำเภอเมืองหนองคาย
 

toner

toner